Artist Spotlight

Jersper Jorgensen: สิ่งที่ผมชอบที่สุดในงานที่ทำคือการมีอิสระอย่างเต็มที่

JERSPER JORGENSEN: MY FAVORITE PART OF MY JOB IS THE ABSOLUTE FREEDOM

ทุกวันนี้ ผลงานของศิลปินผู้พำนักอยู่ในโคเปนเฮเกนผู้นี้ทำให้เขาได้พบปะกับ…

-ตัวอย่าง-

การสักคือ "งานในฝัน" ของ เยสเปอร์ ยอร์เกนเซน (Jesper Jørgensen) เขาเติบโตมาจากเมืองเล็กๆ ในคาบสมุทรจัตแลนด์ ประเทศเดนมาร์ก และเล่าว่า "ผมไม่เคยมีแผนการอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ผมรู้ว่าตัวเองไม่อยากทำอะไร ผมไม่อยากใช้ชีวิตแบบมนุษย์เงินเดือนทำงานเก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น"

JERSPER JORGENSEN: MY FAVORITE PART OF MY JOB IS THE ABSOLUTE FREEDOM

 

ทุกวันนี้ ผลงานของศิลปินผู้พำนักอยู่ในโคเปนเฮเกนผู้นี้ทำให้เขาได้พบปะกับเหล่าคนนอกคอกและคนที่ไม่เข้าพวกเช่นเดียวกับตัวเขาเอง "การจะเป็นช่างสัก คุณต้องมีความแปลกสักหน่อย! ผมไม่ค่อยชอบวิถีที่สังคมเราดำเนินไป และวิธีที่ผู้คนถูกกระตุ้นให้ทำตัวเหมือนฝูงเลมมิงหรือแกะ ผมมักจะสักให้คนที่เตือนให้ผมนึกถึงตัวผมเอง พวกเขาเบื่อหน่ายกับศาสนาและเบื่อชีวิตประจำวันแบบเดิมๆ"

ในตอนนี้ที่เขาเป็นช่างสักผู้ประสบความสำเร็จ ยอร์เกนเซนมีความสุขกับอาชีพที่สร้างสรรค์และเต็มไปด้วยความยืดหยุ่น "ส่วนที่ผมชอบที่สุดในงานของผมคืออิสระอย่างแท้จริง ผมทำอะไรก็ได้ที่อยากทำตลอดเวลา ผมจะสูบกัญชาตอนไหนก็ได้ จะไปท่องเที่ยวเมื่อไรก็ได้ ผมใช้ชีวิตในแบบที่ผมต้องการและไม่ต้องตอบคำถามใครนอกจากตัวเอง แถมผมยังไปที่ไหนก็ได้ทั่วโลกเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ"

JERSPER JORGENSEN: MY FAVORITE PART OF MY JOB IS THE ABSOLUTE FREEDOM

นักออกแบบจาก Stay Cold ได้พูดคุยกับเราเกี่ยวกับเส้นทางของเขาและให้คำแนะนำสำหรับศิลปินที่กำลังมุ่งมั่นเดินตามฝัน

คุณอยากเป็นช่างสักมาตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่า?

ตอนโตมา ผมก็ใช้ชีวิตปาร์ตี้และดื่มกินไปตามเรื่องตามราว ผมรู้ว่ามีบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการใช้ชีวิตปกติที่สังคมบอกให้เราทำ มันดูน่าเบื่อเกินไปที่จะต้องมีแฟน มีบ้าน มีลูก แล้วใช้ชีวิตที่เหลือหน้าทีวี การเป็นช่างสักเป็นความฝันของผมมาตลอด ผมคิดว่างานนี้มันน่าสนใจและดูเป็นงานที่ดี แต่มันก็ดูเหมือนเป็นเรื่องเพ้อฝัน

คุณเริ่มต้นได้อย่างไร?

ตอนนั้นผมยังเรียนอยู่ แต่ก็แค่เรียนไปวันๆ ไม่ได้เรียนอะไรที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้เลย ผมไปใช้บริการสักที่ร้านในบ้านเกิด และเนื่องจากผมไม่มีเงินมากนัก ผมเลยขอทางร้านว่าผมขอทำความสะอาดร้านเพื่อแลกกับส่วนลด พวกเขาโอเคกับเรื่องนี้มาก อยู่มาวันหนึ่งเด็กฝึกงานของเขาก็ลาออก และพวกเขาก็ชวนผมมาทำแทน ผมตอนนั้นอายุ 23 ปี ถือเป็นความบังเอิญที่โชคดีมาก

JERSPER JORGENSEN: MY FAVORITE PART OF MY JOB IS THE ABSOLUTE FREEDOM

คุณย้ายจากจัตแลนด์มาโคเปนเฮเกนได้อย่างไร?

ผมอยู่ที่นั่น 2 ปี สักในร้านสองแห่ง แล้วก็ตระหนักว่าถ้าผมต้องการพัฒนาฝีมือ ผมต้องย้ายไปอยู่ในเมืองที่ใหญ่กว่านี้

ผมไปโคเปนเฮเกนช่วงสุดสัปดาห์เพื่อหาร้านที่จะทำงานด้วย The Sailor’s Grave คือร้านแรกที่ผมเดินเข้าไป และมันเป็นร้านที่ดีที่สุดในเดนมาร์กสำหรับการสักแบบดั้งเดิม ผมรู้จักหลายคนที่ไปสักที่นั่น ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะทำงานที่นี่แต่ก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะรับผม ผมแค่เดินเข้าไปในร้านแล้วขอสมัครงาน ผมโชว์ผลงานให้หัวหน้าดู แล้วบอกว่าผมยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ทำงานที่นี่ ตอนแรกพวกเขาปฏิเสธ แต่แล้วจู่ๆ ผมก็ได้รับโทรศัพท์ว่าพวกเขาอยากจ้างผม

คุณพัฒนาทักษะความเป็นศิลปินที่ไหน?

จริงๆ แล้วผมไม่มีพื้นฐานด้านการวาดภาพเลย ผมไม่ใช่คนบ้างานศิลปะเท่าไรนักเพราะไม่ชอบเดินพิพิธภัณฑ์ และผมไม่เคยเรียนศิลปะหรือเรียนวาดภาพมาเลย ในช่วงฝึกงานผมก็ไม่ได้เรียนรู้เรื่องการวาดภาพมากนัก ผมเรียนรู้วิธีประกอบเครื่องสักเท่านั้น ผมดูผลงานจากไอดอลของผม แล้วหัดวาดด้วยตัวเองผ่านการลองผิดลองถูก เพราะผมเกลียดงานประจำมากๆ ผมเลยมีแรงจูงใจสูงและทุ่มเทพลังทั้งหมดให้กับการเป็นศิลปิน

ตอนที่มาถึง The Sailor’s Grave ทักษะของผมก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว การเป็นศิลปินที่อ่อนที่สุดในร้านเป็นแรงผลักดันให้ต้องเก่งขึ้น การได้อยู่ท่ามกลางช่างสักเก่งๆ มันเป็นแรงบันดาลใจที่ดีมาก

JERSPER JORGENSEN: MY FAVORITE PART OF MY JOB IS THE ABSOLUTE FREEDOM

คุณเอาไอเดียมาจากไหน?

หนังแนวสยองขวัญเป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจครับ ผมฟังเพลงแนวดาร์ก เพลงเดธเมทัล พังก์ และฮาร์ดคอร์ เพลงของคนที่ถูกมองข้ามทั้งหลาย รอยสักของผมเป็นแนวคลาสสิกแต่มีความมืดหม่นและปีศาจเข้ามาเกี่ยวข้อง ไอเดียของผมมาจากอิทธิพลของซาตานและองค์ประกอบของปีศาจร้าย ซึ่งดึงดูดลูกค้าของผม ผมไม่อยากเป็นเหมือนคนอื่น สไตล์การสักของผมจึงมักจะกระตุ้นความรู้สึกผู้คนได้มากทีเดียว

กิจวัตรปกติในแต่ละวันของคุณเป็นอย่างไร?

ผมมาทำงานตอนสิบโมงเช้าแล้วเตรียมตัวสำหรับลูกค้า ผมรับแค่คิวเดียวต่อวันเพราะไม่อยากรู้สึกกดดัน ผมจัดเตรียมอุปกรณ์ แล้วลูกค้าก็เข้ามา เราก็เริ่มสักกัน หลังจากนั้นผมก็ว่างแล้ว จะทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ ปกติผมมักจะกลับบ้านไปวาดรูปหรือระบายสีเล่นๆ

มีใครที่เป็นเหมือนที่ปรึกษาในเส้นทางนี้บ้างไหม?

แรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมคือ Zooki, Marija Ripley และ Judd Ripley ครับ Judd ไม่ได้สอนแค่การสักให้ผมเท่านั้น แต่เขาสอนให้ผมเป็นคนที่ดีขึ้น สอนให้ผมรู้จักถ่อมตัว เขาคือไลฟ์โค้ชของผมเลย

คุณมีความสนใจด้านศิลปะอื่นๆ อีกไหม?

ผมวาดรูปเยอะมาก จริงๆ แล้วผมชอบวาดรูปยิ่งกว่าการสักเสียอีก เพราะคุณมีเวลาเหลือเฟือที่จะทำ และทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ ผมใช้เวลามากมายเพื่อพัฒนาทักษะการวาดและการลงสีให้สมบูรณ์แบบ

JERSPER JORGENSEN: MY FAVORITE PART OF MY JOB IS THE ABSOLUTE FREEDOM

ครอบครัวคิดอย่างไรกับความสนใจเรื่องรอยสักของคุณ?

ครอบครัวผมหัวโบราณหน่อยๆ ตอนแรกพวกเขาคิดว่าผมแค่เห่อตามกระแส แต่ตอนนี้พวกเขามีความสุขกับผมจริงๆ แถมผมยังได้สักให้พ่อแม่ของผมทั้งคู่เลยด้วย!

คุณมีคำแนะนำอะไรสำหรับคนที่อยากเป็นศิลปินบ้าง?

จงถ่อมตัว อย่าเอาแต่พูดจาว่าร้ายคนอื่น แค่ทุ่มเทให้เต็มที่ตั้งแต่ต้น เพราะความขยันชนะทุกอย่าง หากคุณต้องการมันมากพอและทุ่มเทให้มันสัก 10,000 ชั่วโมง สักวันคุณก็จะเก่งขึ้นมาเอง

 

 

อ่านต่อ

Summer Drop 2018
FELIX SEELE X ABIS ONE, LOS ANGELES 2018

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนเผยแพร่

เว็บไซต์นี้ได้รับการคุ้มครองโดย hCaptcha และมีการนำนโยบายความเป็นส่วนตัวของ hCaptcha และข้อกำหนดในการใช้บริการมาใช้